วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

บ้านเย็น ตอนที่ 2

สร้างร่มเงาให้บ้าน

 
                        การสร้างร่มเงาให้บ้าน คือ การปลูกต้นไม้บริเวณรอบๆบ้านซึ่งนอกจากความสดชื่นและ อากาศบริสุทธ์ที่ได้รับจากต้นไม้แล้วต้นไม้ยังช่วยลดความร้อนได้ด้วย โดยจะดูดน้ำจากพื้นดินและระเหยเป็นไอน้ำผ่านทางปากใบ ทำให้อากาศโดยรอบเย็นลง อีกวิธีหนึ่งคือติดตั้งกันสาดหรือแผงกันแดดเป็นการป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นความร้อนสะสมอยู่ในบ้าน  แผงกันแดดอาจดัดแปลงสร้างเป็นแผงไม้เลื้อยดูเป็นธรรมชาติ   ถ้าเป็นผักสวนครัวก็จะมีผลผลิตให้รับประทาน  กันสาดหรือแผงกันแดดควรติดตั้งทางทิศใต้ ตะวันตกและตะวันออก เปิดทางให้แสงสาดส่องเข้าทางทิศเหนือ



                      



 
 







































                        สำหรับภายในบ้านติดตั้งมู่ลี่ บังตาหรือผ้าม่านเพื่อปิดกั้นความร้อนจากแสงแดดที่ส่องเข้าบ้าน ช่วยให้ภายในบ้านร่มเย็น 











เมื่ออากาศภายในบ้านร้อนลองเปิดหน้าต่างบานที่อยู่ตรงข้ามกันเพื่อให้อากาศเย็นสามารถไหลเวียนถ่ายเทในตัวบ้าน  อย่าลืมอากาศจะไหลเข้ามาในตัวบ้านได้เมื่อมีช่องให้อากาศไหลออก



                        วิธีการในตอนที่ 2  นี้ เหมาะกับบ้านที่สร้างโดยไม่สามารถวางผังบ้านให้รับแสงแดดและลมได้ตามที่ต้องการเพราะทำเล พื้นที่ไม่อำนวย
                        พบกันใหม่ในตอนที่ 3

(ข้อมูลจาก www.green.kmutt.ac.th  และ หนังสือ "1001 วิธีอยู่สบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" โดย Reader's Digest) 
(ภาพจาก www.banidea.com และ www.google.com)

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

บ้านเย็น ตอนที่ 1



 
การทำให้บ้านที่อาศัยอยู่เย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศอย่างเดียวนั้น เบื้องต้นต้องรู้จักธรรมชาติที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านเย็นหรือร้อนได้ นั่นคือ แสงแดด และลมประจำถิ่น
 
 



          ภาพข้างบนทั้งสองภาพแสดงให้เห็นว่า       สำหรับประเทศไทยดวงอาทิตย์ที่ขึ้นทางทิศตะวันออกจะมีการเคลื่อนตัวอ้อมไปทางทิศใต้จนไปตกทางทิศตะวันตกเป็นเวลา 8 - 9 เดือน ในเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงเดือนที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวอ้อมไปทางทิศใต้มากที่สุดและมีมุมแดดต่ำที่สุดด้วย   ส่วนช่วงเดือนที่เหลืออีกประมาณ 3 - 4 เดือน (พฤษภาคม - กรกฎาคม) นั้น    ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่อ้อมผ่านทิศเหนือโดยมีมุมแดดค่อนข้างสูง ฉะนั้น ด้านทิศเหนือสำหรับบ้านเราจึงเป็นทิศที่แสงธรรมชาติค่อนข้างดี
          ส่วนลมประจำถิ่นที่พัดผ่านประเทศไทยเป็นลมที่มีทิศทางค่อนข้างชัดเจน คือ ลมมรสุมตะวันตก
เฉียงใต้ที่พัดในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม   และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน/ธันวาคมถึงเดือนมกราคม/กุมภาพันธ์  

          ดังนั้นการทำให้บ้านเย็นโดยอาศัยการวางตำแหน่งของบ้านจึงอาจใช้หลัก "เปิดรับแสงเหนือ  กันแดดตะวันตกและใต้"       ผนวกกับการสร้างบ้านต้อง "จัดวางบ้านให้ได้รับลมประจำถิ่นตลอดทั้งปี" โดยพยามให้มีช่องลมทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ ทั้ง 2 ด้าน สำหรับบ้านในเมืองก็พยามเลือกด้านที่แสงแดดเข้าน้อยที่สุด และยึดถือหลัก "มีช่องให้ลมเข้าก็ต้องมีช่องให้ลมออกเสมอ"
         ตอนต่อไปจะนำเสนอวิธีการอื่นๆ ที่จะทำให้บ้านเย็นโดยไม่ต้องพึงพาเครื่องปรับอากาศ

(ข้อมูลจาก www.green.kmutt.ac.th  ภาพประกอบจาก Internet)

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับเรื่อง "เปลือกไข่"

หลังจากทำอาหารมื้อที่มีไข่เป็นส่วนประกอบให้รวบรวมเปลือกไข่นำมาขยี้ขยำให้แหลกละเอียดผสมในดินจะได้แคลเซี่ยม  ถ้านำไปโรยรอบโคนต้นไม้จะป้องกันตัวบุ้งและหอยทากได้  เปลือกไข่ที่มีขนาดใหญ่หน่อยและมีสภาพสมบูรณ์ดี ใช้เป็นภาชนะเพาะเมล็ดได้โดยใช้เข็มหมุดเจาะรูระบายน้ำที่ก้น ใส่ดินปลูกเข้าไปแล้วใส่เมล็ดลงเพาะ เมื่อต้นกล้าโตพอคุณก็กระเทาะเปลือกไข่แล้วนำต้นกล้าไปปลูกในแปลงได้เลย เป็นการใช้วัสดุที่คุ้มค่า






(ข้อมูลจากหนังสือ "เคล็ดลับไม่เสียรู้" โดย Reader's Digest)

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557

พลุปีใหม่ ๒๕๕๗

ภาพการจุดพลุต้อนรับวันปีใหม่ 2557  (2014)  จากทุกมุมโลก.